วันจันทร์, พฤศจิกายน 16, 2009

กิฟฟารีน Giffarine: The Branding Project ปั้นฝัน

นักสร้างแบรนด์ เฟ้นหาคนกล้า พิชิตเงินสด และรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท พญ. นลินี ไพบูลย์ (คนกลาง)ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด บริษัทขายตรงหลายชั้นอันดับ 1 ของคนไทย จัดโครงการประกวด Giffarine: The Branding Project เฟ้นหานักสร้างแบรนด์ตัวจริง ภายใต้หัวข้อ “การสร้างแบรนด์กิฟฟารีนในทศวรรษหน้า” ชิงโล่เกียรติยศนายกรัฐมนตรี เงินรางวัล และของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท โดยภายในงานได้รับเกียรติจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รองศาสตราจารย์ ดร. เสรี วงษ์มณฑา (ที่3จากขวา) , อาจารย์ ชลิต ลิมปนะเวช (ที่3จากซ้าย) คุณพงศ์พสุ อุณาพรหม (คนขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด พร้อมด้วยวิทยากรพิเศษ คุณปีเตอร์ ทวีผลเจริญ (คนซ้าย) ผู้บริหารโดนัทแบรนด์ไทย แด๊ดดี้ โด , คุณกรณ์ ณรงค์เดช (ที่2จากซ้าย) ผู้บริหารจากกลุ่มธุรกิจ KPN และคุณอัจฉรา บุรารักษ์ (ที่2จากขวา) ผู้บริหารไอศกรีม iberry เข้าร่วมงาน ณ อินฟินิตี้ ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อเร็วๆนี้ กิฟฟารีนทุ่มปั้นแบรนด์รุกคนรุ่นใหม่ “"กิฟฟารีน"เดินหน้าสร้างแบรนด์เทงบ 4 ล้านบาท จัดโครงการประกวดเฟ้นหานักสร้างแบรนด์รุ่นใหม่ หวังเพิ่มฐานลูกค้าในกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่มากขึ้นกิฟฟารีนรุกสร้างแบรนด์ ปั้นโปรเจคค้นหานักสร้าง "กิฟฟารีน" รุกสร้างแบรนด์ ทุ่ม 4 ล้าน จัดประกวด "ค้นหานักสร้างแบรนด์ตัวจริง" หวังขยายฐานกลุ่มนักศึกษา คนรุ่นใหม่ เผยหลังจากยิงหนังโฆษณา 7 ชุดรวด ดันยอดสมาชิกใหม่พุ่ง 5 หมื่นคนต่อเดือน ขณะที่ยอดขาย 9 เดือนโต 9% มั่นใจสิ้นปีรายได้ทะลุ 4.6พันล้าน กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการประกวดแผนงานการสร้างแบรนด์กิฟฟารีน ในโครงการ ค้นหานักสร้างแบรนด์กับ Giffarine : The Branding Project บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เป็นบริษัทขายตรงหลายชั้นอันดับ 1 ของคนไทย มีความยินดีขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชน ให้เกียรติเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการประกวดแผนงานการสร้างแบรนด์ กิฟฟารีน ใน โครงการ “ค้นหานักสร้างแบรนด์กับ Giffarine : The Branding Project” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม และมอบประสบการณ์เกี่ยวกับการเรียนรู้การสร้างแบรนด์ให้กับนักศึกษาผ่านรูปแบบการประกวด โดยได้รับเกียรติจากพญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ขึ้นให้เกียรติให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ และพบกับ รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา คุณสงกรานต์ เตชะณรงค์ ผู้บริหารโบนันซ่า เขาใหญ่ คุณสันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารบริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด คุณกรณ์ ณรงค์เดช ประธานกรรมการบริหารบริษัท เคพีเอ็น อวอร์ด จำกัด คุณอัจฉรา บุรารักษ์ เจ้าของธุรกิจไอศครีม iberry และคุณปีเตอร์ ทวีผลเจริญ ผู้บริหารโดนัทแบรนด์ไทย แด๊ดดี้ โด วิทยากรรับเชิญของโครงการ กิฟฟารีนเปิดเกมบุกแฮร์แคร์ส่ง เอสแปร์โต้ รับทำสีผมบูม "กิฟฟารีน" ขยับตัวรับ ศก.ฟื้นตัว นำเข้าผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมสำหรับผมทำสี "เอสแปร์โต้ บาย กิฟฟารีน" จับกลุ่มบี ร้านทำผมตลาด ควักกระเป๋า 15 ล้านอัดโฆษณา กิจกรรมแจ้งเกิดกิฟฟารีนบุกแฮร์แคร์เจาะกลุ่มคนทำสีผม ชี้ศก.ฟื้นยอดเข้าเป้าพญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทจะรุกตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมหรือแฮร์แคร์มากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่ มากและมีมูลค่าตลาดรวมสูงกว่าเครื่องสำอาง นอกจากนี้ยังพบว่าพฤติกรรมของคนไทย 70 80% ชอบการทำสีผม และโดยเฉลี่ยจะทำสีผมทุก 2 3 เดือน
ไทยซูเปอร์ฯ 2009 สานฝันนางแบบรุ่นใหม่
สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ ผลิตภัณฑ์สก๊อต ชูการ์ ฟรี พร้อมด้วย 4 ผู้สนับสนุนหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผมแพนทีน ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน ผลิตภัณฑ์นีเวียบอดี้ ยูวี ไวท์ รีแพร์ และ โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ กรุงเทพฯ เปิดรันเวย์ของสาวมั่นเพื่อค้นหาดาวดวงใหม่ประดับวงการนางแบบ กับการประกวด ไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2009 ซึ่งดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกในรอบแรกเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ เซ็นทรัลเวิลด์ โซนเซ็นทรัลคอร์ต
กิฟฟารีนฝ่าวงล้อมแนวรบขายตรงเพิ่ม อินเซนทีม จูงใจสมาชิก-เร่งผุดศูนย์ไลเซนส์
ขายตรงคึกคัก ค่ายใหญ่เปิดเกมงัดอินเซนทีฟจูงใจสมาชิก ดันยอด ล่าสุดถึงคิว "กิฟฟารีน" เพิ่มผลตอบแทนมัดใจสมาชิก "หมอต้อย" เผยเห็นสัญญาณดีเศรษฐกิจ กำลังซื้อดีดกลับ ทุ่มงบฯ อัดโฆษณาช่วยกระตุ้นอีกทาง
หวัดดันยอดสินค้าเสริมอาหารกิฟฟารีนพุ่ง
ไข้หวัดใหญ่ 2009 ดันยอดขายกิฟฟารีนพุ่ง เผยฟ้าทะลายโจร เจลล้างมือเกลี้ยงสต็อก พร้อมอัดงบกว่า 80 ล้านเปิดโฆษณาใหม่ 7 เรื่องกระตุ้นธุรกิจครึ่งปีหลัง หวังดันรายได้โตตามเป้า 10%
สมุนไพรแก้หวัดช่วยดันยอดขายกิฟฟารีน
กิฟฟารีน ยอด 7 เดือนแรกยังไม่ถึงเป้า ดีได้สมุนไพรแก้หวัดช่วยเร่งเครื่องอัด 80 ล้าน ผุดโฆษณา 7 เรื่องกระตุ้นยอดครึ่งหลัง พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ เปิดเผยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 8% หรือมียอดขายรวม2,400 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโต 10 15%
ตื่นหวัดใหม่ 2009 แห่ซื้อฟ้าทลายโจรกิฟฟารีน
นางนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผย ยอดขายสินค้าอาหารเสริมป้องกันหวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยเฉพาะฟ้าทลายโจร เติบโตได้สูงมากถึงเดือนละ 20,000 กล่องต่อเดือน จากปกติขายได้เดือนละ 5,000 7,000 กล่องต่อเดือน ปัจจุบันสินค้าขาดตลาดไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ คาดว่าในเร็วๆ นี้ จะผลิตสินค้าได้มากขึ้นเพียงพอกับความต้องการภายในประเทศได้ โดยสินค้าของบริษัทจะมีราคาขาย 52 บาท ต่อกล่องถือว่าราคาถูกเมื่อเทียบกับรายอื่น
กิฟฟารีนโกยฟ้าทลายโจร 300%
"กิฟฟารีน" โกยอาหารเสริมฟ้าทลายโจรพุ่ง 3 เท่า เร่งสินค้าใหม่เพิ่ม ยิ้มรายได้ฟื้นเข้าเป้า 10% ด้าน "แอ๊บบอต" รีบส่งวิตามินซี ดันยอดขายสิ้นปีโต 10% ลุ้นปรับเป้าเพิ่มเป็น 15%
ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก,หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ,หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ ,หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ,หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ,หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ,หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ , www.ThaiPR.net,www.ryt9.com
http://www.no-poor.com/
http://www.up-toyou.net/

วันพุธ, ตุลาคม 28, 2009

พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ นักขายตรงหมื่นล้าน พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ นักขายตรงหมื่นล้าน

“กิฟฟารีน” ภายใต้การบริหารของ “พ.ญ.นลินี ไพบูลย์” ด้วยแนวคิด และวิธีการที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์ จนวันนี้แบรนด์ “กิฟฟารีน” สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่ม Mass สร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 10 เท่าในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นเครือข่ายธุรกิจขายตรงแบรนด์ไทยที่มาแรง สามารถชิงส่วนแบ่งจากแบรนด์ต่างชาติได้อย่างน่าจับตามอง ชื่อของ “พ.ญ.นลินี” จึงกลายเป็นแบรนด์ของผู้หญิงเก่ง ที่ไม่มีนักธุรกิจคนไหนที่ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของเธอ ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่วันหนึ่งต้องหย่าร้าง และเลี้ยงลูกเพียงลำพัง อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้ผู้หญิงคนนั้นหมดหวัง แต่สำหรับ “พ.ญ.นลินี ไพบูลย์” ประธานกรรมการ บริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ตรงกันข้าม จุดเปลี่ยนของชีวิตครั้งนั้นทำให้พลังของ “พ.ญ นลินี” ล้นเหลือกว่าที่หลายคนคิด เข้าถึงใจลูกค้า “พ.ญนลินี” รู้ว่าคุณสมบัติความเป็นแพทย์ และประสบการณ์จากการเปิดคลินิกรักษาโรคทั่วไป และผิวหนัง บวกกับประสบการณ์ธุรกิจขายตรงในแบรนด์ “สุพรีเดอร์ม” เมื่อครั้งยังไม่ได้หย่าจากสามี เพียงพอที่จะเป็นพื้นฐานให้ “หมอนลินี” หรือ “หมอต้อย” รู้ความต้องการลูกค้ากลุ่มนี้อยู่บ้าง แต่เพราะไม่เคยรับผิดชอบหรือทำธุรกิจด้วยตัวเอง เส้นทางนักธุรกิจของพ.ญ.นลินี จึงดูเหมือนว่าจะเริ่มต้นจากศูนย์ ทำให้ยิ่งต้องค้นหาความรู้ทั้งจากตำรา และการเข้าชั้นเรียนเพื่อเสริมความรู้ด้านธุรกิจให้แข็งแรงยิ่งขึ้น แม้ในช่วงแรกจะมีเสียงคัดค้านจากคนรอบข้างอยู่บ้าง เพราะภาวะเศรษฐกิจไทยที่เริ่มถดถอยก่อนปี 2540 ซึ่งเป็นการยากที่แบรนด์ใหม่จะแจ้งเกิดในตลาด แต่เสียงความมุ่งมั่นของพ.ญ.นลินีดังกว่า ทุกคนต้องการ “ความสวยงาม” และ “ความมั่นคง” ของชีวิต คือคำตอบที่เข้าถึงความรู้สึกคนทุกคนมากที่สุด จากจุดนี้จึงต่อยอดให้ “กิฟฟารีน” แบรนด์ขายตรงที่ “พ.ญ.นลินี” สร้างขึ้นใหม่เมื่อปี 2538 ยืนได้อย่างแข็งแรง โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจไทยในปี 2540 พังครืนจากค่าเงินบาทลอยตัว และคนว่างงานกันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจขายตรงเป็นทางออกของบางคนในช่วงนั้น หาจุดต่างแจ้งเกิด ด้วยความที่กิฟฟารีนเป็นสินค้าแบรนด์ไทย ขณะที่มีสินค้าแบบเดียวกันเป็นแบรนด์จากต่างประเทศทำตลาดอยู่มาก สนามที่พ.ญ.นลินีต้องลงแข่งขันจึงไม่ธรรมดา โจทย์ที่ต้องหาคำตอบ คือการหาจุดต่าง การใช้จุดต่าง (Differentiation) ในการวาง Positioning ของสินค้า เป็นสูตรที่หลายๆ สินค้าและบริการนำมาใช้เสมอ “กิฟฟารีน” ก็เช่นกันที่ต้องหาจุดต่าง และเนื่องจากเป็นธุรกิจขายตรง จุดต่างจึงต้องมีใน 2 ส่วน คือผลิตภัณฑ์ที่เสนอต่อลูกค้า และระบบบริหารเครือข่าย พ.ญ.นลินีบอกว่า “ความเป็นหมอสอนไว้ว่า ไม่ให้เชื่ออะไรที่ไม่มีเหตุผล ดังนั้นเมื่อต้องเริ่มต้นบอกกับลูกค้า กิฟฟารีนเลือกวิธีชี้แจงส่วนผสมและวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน ให้ความรู้แก่ผู้ใช้ ทำให้ไม่มีข้อโต้แย้งได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของกิฟฟารีนต่างจากแบรนด์อื่น” ส่วนความต่างที่ให้กับสมาชิกเครือข่าย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขยายจำนวนมาสมาชิกที่ถือเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า คือ นอกจากให้ส่วนแบ่งในเปอร์เซ็นต์ที่สูงแล้ว ยังให้ความรู้สึกแก่สมาชิกว่าเป็นเสมือนผู้ถือหุ้นบริษัทที่สามารถรับรู้รายจ่าย รายได้ของบริษัทอีกด้วย สูตรบริหาร หากถามถึงหลักการทำงานแล้ว พ.ญ.นลินีบอกว่ามี 2 หลักใหญ่ หลักการแรกคือความระมัดระวัง เมื่อมีข้อผิดพลาด ให้เร่งหาสาเหตุโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุด “เมื่อเราไม่ได้มีพื้นฐานทางธุรกิจมาก่อน เวลาทำก็ต้องบริหารจัดการงานด้วยความระมัดระวัง เพราะเราไม่มีประสบการณ์ เราเริ่มกิจการจากกิจการเล็กๆ เริ่มต้นจากศูนย์ จึงต้องค่อยๆ เรียนรู้ ค่อยๆ เติบโต เรียนรู้ปัญหา ข้อผิดพลาด เรียกได้ว่าเติบโตจากการเรียนผิดเรียนถูก ข้อบกพร่อง Trial and Error และต้องตรวจสอบตัวเองตลอดเวลา เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นต้องรีบแก้ไข หาสาเหตุให้เร็วที่สุด” หลักการที่สองพ.ญ.นลินีใช้หลักจิตวิทยา ในการบริหารบุคลากร และเครือข่ายของกิฟฟารีน ด้วยหลักการคิดที่ว่าทำให้คนที่ทำงานด้วยมีความสุข เห็นใจซึ่งกันและกัน คิดถึงใจคนที่มาอยู่ด้วยกัน ให้เขาเติบโต และมีความเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกัน เติบโตไปด้วยกัน ไม่ Centralize ที่ตัวเอง ต้องรู้ว่าคนทำงานกับเรา เขาต้องการอะไรและรับฟังความคิดเห็นของเขา ส่วนจะมีบ้างหรือไม่สำหรับพ.ญ.นลินีที่เกิดความรู้สึกท้อแท้ คำตอบโดยอัตโนมัติจากพ.ญ.นลินี คือไม่เคยท้อ ปัญหาที่เข้ามาถือเป็นความท้าทาย อุปสรรคที่เข้ามาต้องรีบคิดหาสาเหตุและแก้ไขให้ได้ ส่วนกำลังใจที่สำคัญคือมาจากครอบครัว และความที่ต้องรับผิดชอบต่อคนจำนวนมาก สวยปิ๊งเสริมแบรนด์ เมื่อเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามและสุขภาพ พ.ญ.นลินีบอกว่าการวาง Positioning ตัวเองเพื่อให้สะท้อนแบรนด์สินค้าเป็นสิ่งจำเป็น “บุคลิกเราเป็นแบรนด์เหมือนกัน ธุรกิจเราต่างจากธุรกิจค้าปลีก Consumer Product ทั่วไป เราต้องแสดงความเป็นธุรกิจขายตรง และเครือข่าย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ตัวเราเป็นจะบ่งบอกถึงสินค้าของเรา เมื่อเราเป็นธุรกิจขายตรงให้ความจริงใจกับสมาชิกและลูกค้า เพราะฉะนั้นเวลาพูดกับใครต้องชัดเจน ตัวเองก็เป็นคน Clear อยู่แล้ว และที่สำคัญต้องใช้ Prodcut ของตัวเอง” จึงเป็นภาพที่พบเห็นเสมอสำหรับ “พ.ญ.นลินี” เมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชนมักสวยปิ๊ง และเนี้ยบ แม้ชุดที่คุ้นตาที่สุดคือในชุดสูททำงานสุดเท่ แต่จริงๆ แล้วพ.ญ.นลินีบอกว่า ส่วนตัวเป็นคนง่ายๆ ไม่ชอบแต่งตัว บางครั้งก็ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ เพียงแต่การแต่งกายในช่วงทำงาน หรือออกงานต่างๆ ก็ต้องให้เหมาะสม ถูกกาลเทศะ ที่สำคัญคือ ไม่ได้เป็นคนที่ยึดติดว่าต้องใส่ชุดของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง สำหรับชุดที่สวมใส่ประจำเช่น Flynow และ G2000 ซึ่งความลงตัวตลอดเวลานั้น ทั้งหมดเป็นฝีมือเลือก และแต่งด้วยตัวเองของพ.ญ.นลินี โดยไม่จำเป็นต้องมีดีไซเนอร์มาช่วยจัดให้แต่อย่างใด ส่งพลังลุยปี2008-2009ปี 2007 สำหรับกิฟฟารีนแล้วทั้งจากยอดขายที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เป็นแบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญพ.ญ.นลินีได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 3 ของนักธุรกิจไทย จากทั้งหมด 15 คนทั่วโลกที่ได้รับรางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่นโลก ปี 2007 (Leading Women Enterpreneurs of the World 2007) ซึ่งพ.ญ.นลินีบอกว่าถือเป็นช่วงสำคัญของจังหวะชีวิตในปีนี้ จากจุดนี้ พ.ญ.นลินีบอกว่าผลงานในปี 2007 สะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าของธุรกิจกิฟฟารีน ในด้านความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นวัดจากผลประกอบการ เพราะรางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่นโลกซึ่งพิจารณาจากผลประกอบการของธุรกิจที่ทำอยู่ด้วย ส่วนที่สอง มองว่าคนไทยเริ่มเข้าใจแบรนด์ และมองธุรกิจกิฟฟารีนเป็นมิตรมากขึ้น ผลที่งอกงามสำหรับพ.ญ.นลินีในปี 2007 มาจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้เป็นปีที่ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์สร้างให้ลูกค้ายอมรับนับถือแบรนด์กิฟฟารีนให้มากที่สุด ซึ่งนอกจากพ.ญ.นลินีจะบริหารธุรกิจด้วยตัวเองแล้ว ยังเป็นครีเอทีฟดูแลหนังโฆษณาด้วยตัวเองตั้งแต่ปี 2006 แม้ “กิฟฟารีน” จะไม่ได้ทำธุรกิจแบบเดียวกับแบรนด์ “มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์” ของอังกฤษ ที่พ.ญ.นลินีเลือกเป็นแบรนด์ที่ชื่นชอบ ด้วยเหตุผลว่าเพราะมี Products ทุกอย่าง ลูกค้าที่เข้าไปซื้อของที่นี่จะซื้อด้วยความมั่นใจ เป็นแบรนด์ของคนทั่วโลก ที่น่าสนใจเพราะสามารถทำสำเร็จในการจับตลาด Mass ได้หมด แต่การเข้าถึง Mass คือเป้าหมายเดียวกัน โดยเฉพาะปี 2008 ที่พ.ญ.นลินีวางแผนให้กิฟฟารีนมีผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสนองตอบลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม B ถึง C+ และให้ผู้ที่มาร่วมธุรกิจมีโอกาสเติบโตมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือให้แบรนด์กิฟฟารีนแข็งแรง เป็นที่ประทับใจของลูกค้าจำนวนมากเหมือนกัน Profile แบรนด์ : กิฟฟารีน ลักษณะธุรกิจ : ระบบธุรกิจขายตรง MLM (Multi Level Marketing) รายได้ : ปี 2549 - 3,400 ล้านบาท ปี 2550 - คาด 3,900 ล้านบาท รวม 11 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งธุรกิจ สร้างยอดขายรวม 23,000 ล้านบาท งบการตลาด : ปี 2550 มูลค่า 60-80 ล้านบาท Name : แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ Age : 48 ปี Education : มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แพทย์ศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวชวิทยา) Career Highlights : 2538-ปัจจุบัน ประธานกรรมการ บริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ประธานกรรมการ โรงเรียนศิลปะศาสตร์การแต่งหน้า กิฟฟารีน ประธานกรรมการ โรงเรียนรังสฤษฎ์สองภาษา 2530-2538 กรรมการผู้จัดการ บริษัทสุพรีเดอร์ม คอสเมติค จำกัด 2527-2532 สูตินรีแพทย์ แผนกสูติ-นรีกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมการแพทย์ทหารอากาศ Lifestyle : -หนังสือที่อ่านประจำมี 2 ประเภท คือหนังสือที่ต้องอ่านเพื่อความรู้ และต้องรู้ คือหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจ และการตลาด และหนังสือที่อ่านเพื่อความสุข มีทั้งหนังสือการ์ตูน บันเทิง -งานอดิเรก งานกุศลตั้งแต่รูปแบบการไปวัด เพื่อปล่อยปลา ให้อาหารปลา ไปจนถึงการสนับสนุนงบประจำสำหรับศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง -ของสะสมที่ชื่นชอบ คือตุ๊กตา เก็บไว้ทั้งในห้องทำงาน และห้องนอนส่วนตัว เพราะเห็นตุ๊กตาแล้วมีความรู้สึกสบายใจ
ที่มา : สุกรี แมนชัยนิมิต Positioning Magazine http://www.positioningmag.com/magazine/Details.aspx?id=64864

http://www.no-poor.com/ http://www.up-toyou.net/

วันอังคาร, ตุลาคม 13, 2009

สาเหตุหนึ่งที่เข้าร่วมทำธุรกิจกิฟฟารีน

++อยากมีรายได้เสริม
++อาชีพเสริมที่ไม่ต้องลงทุนสูง
ดิฉันเป็นครู เงินเดือนน้อยจึงอยากมีรายได้เสริม แต่หลังจากทำกิฟฟารีนพบว่ารายได้มากกว่างานประจำเสียอีก
วิธีการทำงาน: พาตัวเองและทีมเข้าศึกษาหาควารู้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากที่ประชุม และจากคนที่ประสบความสำเร็จ จาก upline และ sideline จากนั้นลาออกจากงานประจำมาทำกิฟฟารีนเต็มเวลา ประสบการณ์การทำธุรกิจที่ผ่านมาทำให้ดิฉันพบว่า ความสำเร็จอยู่ที่ตัวเราเอง มุ่งมั่นอดทน ฟันฝ่าอุปสรรคให้ได้ มีสติ คิดดี ทำดี จะได้สิ่งดี ๆ ตามมา
ผมซ่อมรถอยู่เกือบ 10 ปี แต่ชีวิตผ่านไปวัน ๆ จึงเริ่มมองหาอาชีพที่ไม่ต้องลงทุนสูง ไม่มีความเสี่ยง และไม่ต้องเป็นหนี้ใคร ไม่ต้องออกจากงานประจำ ไม่ต้องอาศัยทำเล จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนมาขายสินค้ากิฟฟารีนให้กับผม
วิธีการทำงาน:เข้าร่วมสัมมนาที่ศูนย์ ทำให้เข้าใจแผนการตลาด และตอบโจทย์ที่ผมสงสัยได้ทุกข้อ ผมลงมือทำเป็นธุรกิจ ประมาณ 2 เดือนก็เห็นรายได้ ภรรยาผมจึงเริ่มเปิดใจและช่วยขยายงาน ผมอาศัยความขยัน มุ่งมั่น ทุ่มเท ท้อบ้างแต่อย่าคิดถอย เพราะกิฟฟารีนคือความหวังและอนาคตของครอบครัวเรา ล้มลุกคลุกคลานไปข้างหน้า ดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่
http://www.no-poor.com/
http://www.up-toyou.net/

นายจ้าง-ลูกจ้างเตรียมรับมือไข้หวัด 2009 ระบาดรอบสอง

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมและนิทรรศการการสร้างเสริมสุขภาพในสถานประกอบการโดยมีนายจ้างและลูกจ้างจากสถานประกอบการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คนว่าการประชุมวันนี้เป็นการประชุมเพื่อเน้นให้นายจ้างและลูกจ้างได้ตระหนักถึงการดูแลป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ที่หลายฝ่ายเกรงว่าจะกลับมาแพร่ระบาดในรอบที่สอง อาทิ นายจ้างควรจัดให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของลูกจ้างก่อนเข้าทำงาน พร้อมทั้งจัดจุดบริการเจลอนามัย สำหรับล้างมือให้กับลูกจ้าง
ขณะที่ลูกจ้าง ควรป้องกันตนเอง ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยขณะทำงานหรืออยู่ในที่คนแออัด รวมถึงออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค หากผู้ประกันตนที่แพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคดังกล่าว สามารถใช้สิทธิเข้ารับการรักษา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานยอดผู้ประกันตนที่ติดเชื้อดังกล่าว เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อเป็นผู้สูงอายุ และเด็กเท่านั้น.-สำนักข่าวไทย
แหล่งที่มา: http://blog.beenverified.com/what-to-look-for-in-2009or-what-companies-will-survive-the-coming-economic-storm/2008/10/20/
http://www.no-poor.com/
http://www.up-toyou.net/

หุ้นไทยผันผวน เหตุกังวลการเมือง

บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทยวันที่ 26 ส.ค. ดัชนีแกว่งตัวผันผวน แต่สามารถปิดบวกได้ โดยระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่ 661.04 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 654.89 จุด จนมาปิดตลาดที่ 658.28 จุด เพิ่มขึ้น 2.82 จุด หรือร้อยละ 0.43 ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 24,007.44 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็ม เอ ไอ ปิดที่ 180.30 จุด เพิ่มขึ้น 0.48 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 270.60 ล้านบาท
ด้านสัดส่วนการลงทุนแบ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิที่ 30.07 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิที่ 329.77 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 359.84 ล้านบาท โดยนายโกสินทร์ ศรีไพบูลย์ ผอ.อาวุโส บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองว่า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนบางช่วงบวกได้ แต่บางช่วงติดลบเล็กน้อย โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นกลางและเล็กที่ได้รับประโยชน์จากการลดลงของราคาน้ำมันดิบ เช่น ขนส่ง และโรงกลั่น แต่ช่วงบ่ายมีแรงเทขายหุ้นพลังงานและธนาคารออกมา เพราะนักลงทุนกลับมากังวลการเมืองในประเทศอีกครั้ง หลังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคัดค้านการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสภา
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (27 ส.ค.) มองว่า ดัชนียังแกว่งตัวผันผวนและอาจเผชิญแรงเทขายทำกำไรระยะสั้นออกมา หากไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ 660 จุด เพราะนักลงทุนยังกังวลเรื่องการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง โดยต้องติดตามราคาน้ำมันดิบ และการปรับตัวของตลาดต่างประเทศ ประเมินแนวรับที่ 650-653 จุด และแนวต้าน 662-665 จุด ด้านกลยุทธ์แนะนำเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางและเล็ก.-สำนักข่าวไทย
ที่มา: http://news.mcot.net/economic/inside.php?value=bmlkPTExMTc4MiZudHlwZT10ZXh0
http://www.no-poor.com/
http://www.up-toyou.net/

Google Docs สนับสนุนการเขียนสมการแล้ว

Fri, 18/09/2009 - 9:12pm สำหรับหลายๆ คน ที่เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้โปรแกรมจัดหน้าเอกสารนั้นจำเป็นที่จะต้องยุ่งเกี่ยวกับการแทรกสมการต่างๆ ตอนนี้ Google Docs บริการเอกสารออนไลน์ของกูเกิลเองก็สนับสนุนการเขียนสมการทางวิทยาศาสตร์แล้วครับ
สมการที่แทรกนั้นเป็นสมการรูปแบบเดียวกันกับรูปแบบ LaTeX ที่นิยมกันในการตีพิมพ์เอกสารวิชาการของวงการวิทยาศาสตร์ ถึงแม้ว่าอาจจะดูสร้างยากไปเล็กน้อยสำหรับผู้ใช้มือใหม่ แต่ก็มีฟังก์ชันต่างๆ เกือบครบ โดยที่สามารถแทรกไปในเอกสารได้ง่ายๆ จากการใช้คำสั่ง Equation ในเมนู Insert (ดูรูปประกอบ)
นับว่าคงได้ใจหลายคนไปอีกทีเดียว (Office Web Apps จะทำได้บ้างไหมเนี่ย)ที่มา: http://kalanyuz.com/aggregator/sources/1
http://www.no-poor.com/
http://www.up-toyou.net/

Facebook ช่วยจับคนร้าย

เคยมีข่าวการจับตัวคนร้ายขโมยของ และใช้เทคโนโลยีมาช่วยตามคืนมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น SETI หรือ Macbook ซึ่งทั้ง 2 กรณีสามารถติดตาม laptop ที่ถูกขโมยไปกลับมาได้
คราวนี้เป็นคิวของ Facebook ครับ
เรื่องเกิดขึ้นในเพนซิลวาเนีย โดยหัวขโมยรายนี้เข้าไปขโมยแหวนเพชรในบ้านหลังหนึ่ง แล้วก็สามารถหลบหนีออกมาได้ ก่อนที่จะโดนจับในเวลาต่อมา โดยตำรวจสามารถติดตามจับขโมยรายนี้ได้เพราะว่า ดันแอบไปใช้คอมพิวเตอร์ของเจ้าของบ้านล็อกอินเข้า Facebook
แต่ดันลืมล็อกเอาท์
ทำให้ตำรวจสามารถตามไปจับกุมได้ในที่สุด
ต่อไปจะมีขโมยที่ไหน tweet ระหว่างปฏิบัติการบ้างไหมครับ
ที่มา: http://kalanyuz.com/aggregator/sources/1
http://www.no-poor.com/
http://www.up-toyou.net/